บ้านร้าว ต้องทำยังไง? สังเกตรอยร้าวบ้าน แบบไหนต้องระวัง!!

รอยร้าวบนบ้าน

บ้านร้าวถือเป็นเรื่องใหญ่มากโดยเฉพาะหากเกิดขึ้นกับบ้านที่มีอายุการก่อสร้างผ่านมายาวนานหลายสิบปีแล้ว เนื่องจากคนไทยนั้นคุ้นชินกับการอาศัยอยู่กับเป็นครอบครัวใหญ่ในบ้านที่สืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น ทำให้เกิดการละเลยการปรับปรุงและซ่อมแซมบ้าน และเมื่อเกิดรอยร้าวก็มักจะมองเป็นเรื่องปกติของบ้าน บ้างก็คือติดว่าเป็นเพียงรอยร้าวของปูนที่ฉาบเคลือบไว้เท่านั้น

แต่ทราบหรือไม่ว่า รอยร้าวเล็กๆ ในบางจุดบางมุมของบ้านนั้นอาจจะเป็นเสียงเตือนเล็กๆ ของบ้านที่กำลังพยายามสื่อสารกับคุณอยู่ก็เป็นได้ วันนี้ เราจึงจะมาอธิบายเกี่ยวกับรอยร้าวแบบต่างๆ ของบ้านที่ควรระมัดระวังให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดบ้านทรุดและต้องสูญเสียเงินทองไปกับการ ซ่อมบ้านทรุด ภายในอนาคต รวมถึงวิธีแก้ไข ก่อนที่อาจจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจจะเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สินของคุณค่ะ

บ้านร้าว รอยร้าวของที่อยู่อาศัยเกิดจากอะไร?

ปัญหารอยร้าวของบ้านนั้น หลายคนอาจจะเข้าใจว่าสามารถเกิดขึ้นได้แค่กับบ้านที่มีการสร้างมานานแล้วเท่านั้น แต่ความเป็นจริงแล้ว สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบ้านเก่าและบ้านสร้างใหม่รอยร้าวบ้าน เพียงแต่รอยร้าวบนบ้านเก่านั้นจะมีปัจจัยเสี่ยงที่มากกว่า เพราะอาจจะเกิดจากปัญหาโครงสร้างภายใน ซึ่งหลักๆ มักเกิดจากปัจจัยดังต่อไปนี้

1. การทรุดตัว เช่น แผ่นดินเกิดการยุบ หรือ เกิดเป็นโพรงใต้บ้าน ปัญหานี้อาจจะทำให้เกิดได้ทั้งปัญหารอยร้าวเล็กๆ ตื้นๆ หรือในบางครั้งก็อาจจะรุนแรงกระทบถึงโครงสร้างด้านในได้ 

2. เกิดจากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ เช่น อากาศร้อนสูงทำให้ภายในโครงสร้างตัวบ้านเกิดการขยายตัวขึ้น หรืออาการเย็นลงก็เกิดการหดตัวทำให้บ้านเกิดรอยร้าว 

3. เกิดจากพื้นดิน ที่อาจจะความชื้นหรือความแห้ง

4. เกิดจากปัญหาตั้งแต่เริ่มสร้าง เช่น การก่อสร้างโครงสร้างไม่ดี ใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐาน

5. ปลูกต้นไม้ใหญ่ใกล้บ้าน ทำให้รากของต้นไม้แผ่เข้ามาทำลายโครงสร้าง หรือแย่งน้ำในดินทำให้พื้นดินแห้ง

6. วางระบบประปาไม่ดี ทำให้เกิดปัญหาท่อตันหรือน้ำรั่วน้ำซึม จนทำให้โครงสร้างบ้านบวม

7. การเจาะ ขุด ต่อเติมมากจนเกินไป จนเกิดการรับน้ำหนักที่เกินพอดีจนเกิดรอยร้าวขึ้น

วิธีสังเกตรอยร้าว

สำหรับใครที่เริ่มสังเกตเห็นว่า บ้านของคุณมีรอยร้าวเกิดขึ้น หากไม่มั่นใจว่ารอยร้าวนั้นๆ มีการเพิ่มขึ้นหรือไม่ สามารถใช้วิธีง่ายๆ ด้วยการใช้ดินสอขีดความยาวของเส้นไว้

และจับสังเกตต่อไปโดยแบ่งเป็นช่วงๆ เช่น 3 วัน 7 วัน และ 14 วัน หากรอยร้าวนั้นๆ เกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้น แปลว่าตอนนี้บ้านของคุณอาจจะมีปัญหาเรื่องโครงสร้างภายในควรที่จะติดต่อช่างให้มาดูเพื่อทำการประเมินความเสียหายว่า ควรจะซ่อมแซมอย่างไร และทำการแก้ไขโดยด่วน

รอยร้าวแต่ละชนิด มีแบบไหนบ้าง?

1. รอยร้าวบนผนังบ้าน

บ้านร้าว

สำหรับรอยร้าวบนผนังบ้านนั้นเป็นรอยร้าวที่สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายที่สุด เพราะมักจะอยู่ในระดับสายตา จะถูกแบ่งเป็นมี 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. รอยร้าวแบบแนวดิ่ง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งคือ รอยร้าวแนวตั้ง เป็นประเภทที่เห็นบ่อยที่สุด เกิดจากบ้านหด-ขยายตัวจากอุณหภูมิของบ้าน เป็นรอยร้าวที่มักจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง เพียงแต่อาจจะทำให้บ้านเกิดความไม่สวยงาม สามารถพบเห็นได้ตามปกติ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาร้ายแรง และซ่อมแซมค่อนข้างง่าย

แต่ถ้ารอยร้าวนั้นๆ มีขนาดกว้างกว่า 3 มิลลิเมตรขึ้นไปอันนี้อันตรายค่ะ เนื่องจากอาจเกิดจากปัญหาด้านฐานรากหรือเกิดการทรุดตัว หากเจอรอยร้าวที่มีขนาดกว้างกว่า 3 มิลลิเมตรขึ้นไปควรรีบเรียกช่างที่มีความเชี่ยวชาญสูงมากดู

2. รอยร้าวแนวนอน หรืออีกชื่อคือ “รอยร้าวแนวนอน” เป็นลักษณะรอยร้าวแบบแนวทแยงลงมาประมาณ 45 องศา ในบางกรณีก็เกิดรอยโค้งนูนขึ้นมาร่วมด้วย ในกรณีที่บ้านของคุณมีรอยร้าวแบบนี้ แปลว่า บ้านของคุณกำลังมีเกี่ยวกับฐานรากที่หนักมากๆ ที่อาจส่งผลให้ผนังของบ้านใกล้จะพังเต็มที

ปัญหานี้มักเกิดจากระบบประปาไม่ดีหรือผนังพบความชื้นสูงทำให้เกิดความเสียหายจากน้ำ ทำให้เกิดการเลื่อน ดังนั้นควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยด่วน

3. รอยร้าวแบบขั้นบันได ปัญหานี้อาจจะเกิดขึ้นได้กับอิฐ หากเป็นรอยร้าวขนาดเล็กจะไม่น่ากังวลเท่าไร แต่ว่าหากรอยนั้นมีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่าครึ่ง – 1 นิ้ว

อันนี้สามารถบ่งบอกว่าบ้านของคุณอาจจะกำลังมีปัญหาที่ฐานราก หากเกิดรอยร้าวชนิดนี้ควรที่จะปรึกษาช่างที่มีความเชี่ยวชาญมาดูและแก้ไขให้เท่านั้นค่ะ

2. รอยร้าวบริเวณประตูหรือหน้าต่าง

รอยร้าวบริเวณประตู

รอยร้าวเล็กๆ ที่ที่เกิดแถวๆ บริเวณประตูหรือหน้าต่าง ที่มองเผินๆ ดูเหมือนจะไม่มีอะไร แต่ความจริงแล้วอาจจะซ่อนความเสียหายรุนแรงอยู่ภายในด้วยก็ได้ ดังนั้นหากต้องการทราบว่า

ปัญหารอยร้าวนั้นส่งผลร้ายหรือไม่ให้ลองเปิด-ปิดประตูหรือหน้าต่างดูว่า สามารถเปิด-ปิดได้ง่ายเหมือนเดิมหรือไม่ หากติดขัดหรือเปิดปิดยากกว่าเดิม หรือต้องใส่แรงเยอะขึ้น อาจจะกำลังแปลว่า รอยร้าวนั้นอาจจะกำลังการขยับตัวของรากฐานจนทำให้เกิดรอยร้าวขึ้น

3. รอยร้าวที่เพดาน

รอยร้าวที่เพดาน

รอยร้าวบนผนังอาจจะสังเกตยากสักหน่อย เพราะหลายๆ คนมักจะไม่ได้แหงนหน้ามองเพดานบ่อยๆ แต่หลังจากนี้อาจจะต้องลองมองบ่อยๆ หน่อยนะคะ เพราะรอยร้าวบนเพดานก็สามารถบ่งบอกปัญหาของบ้านได้เช่นกัน ซึ่งรอยร้าวที่มักเกิดขึ้นบนเพดานนั้นมักจะมีอยู่ 3 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. รอยร้าวแนวดิ่ง ลักษณะคือ รอยร้าวจะร้าวยาวเป็นทางยาวแบบแนวตั้งหรือแนวดิ่งเป็นเส้นตั้งแต่เพดานและอาจจะยาวลงมาถึงผนังเลยก็ได้ หากมีปัญหารอยร้าวนี้ที่บ้านของคุณ แปลว่า บ้านของคุณอาจจะเกิดความเสียหายด้านโครงสร้างของบ้านที่อาจจะมีเรื่องของการทรุดตัวร่วมด้วย

2. รอยร้าวบริเวณกว้าง รอยกว้างชนิดนี้จะมีชื่อเรียกหลายชื่อ เช่น รอยร้าวแตกลายงา รอยร้าวรูปดาว หรือรอยร้าวรูปใยแมงมุม สามารถเกิดขึ้นเป็นรอยร้าวที่มีขนาดเล็ก สามารถพบเห็นได้ทั้งบนเพดาน พื้นและผนังบ้าน

มักเกิดจากปัจจัยด้านอายุเช่น บ้านที่สร้างมานานแล้ว หากเป็นรอยเล็กๆ ไม่ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ค่ะ แต่หากรอยร้าวนั้นมีขนาดที่ใหญ่มากๆ เช่น 1/16 นิ้ว ขึ้นไป ต้องรีบตามช่างมาประเมินและทำการแก้ไขโดยด่วน

3. รอยร้าวจากสาเหตุการยุบตัวของเพดาน ปัญหานี้มักเกิดจากการยุบหรือพองตัวของเพดาน ทำให้เกิดการเคลื่อนตัวจนเกิดเป็นรอยร้าวตามมา ถือเป็นรอยร้าวที่บ่งบอกถึงความรุนแรงมากๆ เกี่ยวกับฐานของบ้าน

หากคุณกำลังประสบกับปัญหาบ้านทรุด เกิดโพรงใต้บ้าน ส่วนต่างๆ ของบ้านเริ่มมีรอยแตกร้าว อยู่ล่ะก็ ทาง Seta Engineering ของเรานั้นรับ ซ่อมบ้านทรุด ปิดโพรงใต้บ้าน และซ่อมรอยแตกร้าวต่างๆ อยู่นะคะ หากสนใจคลิกเข้าไปเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้เลย

4. รอยร้าวที่เสา

รอยร้าวชนิดนี้มักจะเกิดที่บริเวณเสาในบ้าน มีลักษณะเป็นแนวหรือร่องรอยแตกลึกที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน รอยร้าวชนิดนี้ส่งผลต่อโครงสร้างเสาที่อาจทำให้เสียรูปทรงอย่างชัดเจนทำให้ความสามารถการรับน้ำหนักบ้านลดลง

สาเหตุที่เกิดปัญหานี้มักมาจากการวางเสาที่ไม่เข้ากับน้ำหนักบ้าน เช่น เสาเล็กรับน้ำหนักบ้านได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งในกรณีนี้มีความอันตรายสูงมากพราะบ้านสามารถถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ วิธีแก้ไขคือ ต้องเรียกช่างที่มีความเชี่ยวชาญสูงมาแก้ไขให้อย่างเร็วที่สุด

5. รอยร้าวที่คาน

รอยร้าวชนิดนี้ถูกแบ่งเป็น 2 แบบ คือ

1. รอยร้าวรูปตัวยู (U) รอยร้าวชนิดนี้มักจะเกิดขึ้นในบริเวณใต้ท้องคาน เกิดจากการคานรับน้ำหนักมากเกินไป ซึ่งปัญหานี้อาจจะเกิดจากช่างที่สร้างบ้านให้คุณคำนวณน้ำหนักบ้านผิดพลาด ทำให้คานไม่สามารถรับไหว ทำให้คานต้องรับน้ำหนักที่มากเกินไปจนทำให้เกิดรอยร้าวชนิดนี้ขึ้นมา

วิธีการแก้ไขเบี้ยงต้นสำหรับบ้านใครที่มีปัญหานี้ก็คือ ต้องนำสิ่งของที่มีน้ำหนักลงจากคานให้หมด จากนั้นทำการสังเกตว่ารอยร้าวนั้นๆ มีการเลื่อนตัวเพิ่มขึ้นหรือไม่โดยใช้ดินสอขีดเส้นไว้ หากมีรอยเพิ่มขึ้นต้องเรียกช่างที่มีความเชี่ยวชาญสูงมาดูและทำการแก้ไขทันที

2. รอยร้าวกลางคาน เกิดจากการที่คานรับน้ำหนักมากจนเกินไปคล้ายกับรอยร้าวชนิดใต้คาน แต่ในกรณีนี้มีความรุนแรงมากเพราะสามารถนำให้บ้านหักแยกออกเป็นสองส่วน ดังนั้นหากพบรอยร้าวชนิดนี้ ควรตามช่างมาประเมินโครงสร้างและทำการแก้ไขทันที ห้ามรอเด็ดขาดค่ะ

6. รอยแตกร้าวบนพื้น

รอยแตกร้าวที่พื้น

ลักษณะของรอยร้าวอันนี้คือ จะเป็นรอยร้าวที่อยู่บนพื้นซึ่งอาจจะขนาบไปกับผนังก็ได้ ปัญหานี้ มักเกิดจากแผ่นดินฐานรากของบ้านเกิดการทรุดตัว ทำให้พื้นไม่เสมอกัน ส่งผลให้เกิดความอันตรายอย่างมาก

ควรจะให้ช่างมาทำการแก้ไขเพราะอาจจะเกิดปัญหาด้านเสาเข็มที่ปักลงไปด้วยที่ตอนนี้อาจจะเคลื่อนตัวจากตำแหน่งเดิมแล้วเกิดความไม่มั่นคงต่อโครงสร้างบ้านหลักเช่นเดียวกัน

7. รอยร้าวบริเวณข้อปล้อง

รอยร้าวชนิดนี้จะเกิดบริเวณปล้องเสาเป็นชั้นๆ ในลักษณะแนวนอน มักเกิดจากการทรุดตัวของฐานรากที่สองฝั่งไม่เท่ากัน ทำให้เสาด้านที่มีปัญหารับน้ำหนักบ้านไม่เท่ากันจนเกิดจากแอ่นตัว จนเกิดสามารถทำให้บ้านถล่มได้ ดังนั้นหากเกิดต้องไม่นิ่งนอนใจเด็ดขาด ต้องตามช่างมาโดยด่วนค่ะ

วิธีรักษาอาการบ้านร้าว

สำหรับการซ่อมแซมบ้านร้าวนั้น ในบางกรณีหากเป็นรอยร้าวเล็กๆ ที่ไม่ส่งผลต่อโครงสร้างและฐานรากของบ้านนั้น เจ้าของบ้านสามารถซ่อมได้เองครับ โดยวิธีการซ่อมก็ไม่ยากเลยเพียงใช้แค่การโบกปูนทับลงไปเท่านั้น แต่ในบางกรณีที่รอยร้าวนั้นเกิดจากปัญหาด้านโครงสร้าง เจ้าของบ้านต้องไม่นิ่งนอนใจเด็ดขาด

อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ หรือบางท่านอาจจะคิดว่า “รอให้รอยเยอะกว่านี้ก่อนก็ได้” เด็ดขาด!! เพราะโครงสร้างของบ้านนั้นมีความเสียหายเพิ่มขึ้นทุกวินาที การนิ่งนอนใจ ปล่อยเวลาผ่านไปนั่นแปลว่า ยิ่งเสี่ยงต่อบ้านที่อาจจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ ทำให้สูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ไม่ควรจ้างช่างทั่วไปที่ไม่มีความรู้เพียงพอมาทำการซ่อมแซมให้เด็ดขาด

เพราะเรื่องของโครงสร้างและฐานรากเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องใช้ความรู่และความเชี่ยวชาญของวิศวกรที่ชำนาญการสูง เพื่อทำการประเมินเท่านั้น บางท่านอาจจะคิดว่าวิศวกรนั้นมีค่าจ้างที่ราคาแพงเกินไป..

แต่เชื่อเถอะค่ะว่า หากเทียบกับความปลอดภัยและผลลัพธ์ ด้านความปลอดภัยแล้ว คุ้มค่ามากกว่าแน่นอน

วิธีป้องกันไม่ให้เกิดบ้านร้าว

1. หากต้องการสร้างบ้าน ควรที่จะเลือกช่างและวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญสูงมาดูแลการสร้างให้ครับ หรือหากซื้อบ้านใหม่ที่สร้างเสร็จแล้วก็ควรจะทำการตรวจทานบ้านในทุกๆ มุมให้เรียบร้อยก่อนจะรับมอบ

2. ในกรณีที่เป็นบ้านที่อยู่กันมายาวนานรุ่นสู่รุ่น หรืออายุมากกว่า 10 ปีขึ้นไป ควรที่จะปรับปรุงและซ่อมแซมบ้านเป็นระยะ และเช็คความแข็งแรงของบ้านว่า บ้านตอนนี้มีสุขภาพเป็นอย่างไร หากพบปัญหาจะได้แก้ไขได้อย่างทันท่วงที

3. หมั่นดูแลพื้นที่บ้าน โดยเฉพาะดินรอบๆ บ้านให้แข็งแรงอยู่เสมอ ตรวจดูว่ามีการทรุดตัวหรือพื้นบ้านเป็นโพรงหรือไม่

4. สำหรับคนที่รักคนไม้ จริงอยู่ว่าต้นไม้จะช่วยเพิ่มความร่มรื่นให้แก่บ้านและเพิ่มบรรยากาศบริเวณรอบๆ บ้านให้มีความสดชื่น แต่การปลูกต้นไม้ก็ส่งผลต่อระบบฐานรากของบ้านเดียวเดียวกัน

ดังนั้นหากต้องการปลูกต้นไม้ควรที่จะให้ห่างจากบ้านอย่างน้อย 2 เมตร (ในกรณีที่เป็นต้นไม้เล็กๆ หรือไม้พุ่ม) และหากต้องการปลูกต้นไม้ใหญ่ควรจะปลูกให้ห่างจากตัวบ้านอย่างน้อย 5-10 เมตรขึ้นไป

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ฐานรากของบ้านที่อาจจะโดนรากของต้นไม้เข้ามาดันทำให้ขาดความแข็งแรง ทำให้เกิดการทรุดตัวค่ะ

หากคุณกำลังหาวัสดุสร้างบ้านอยู่แล้วสงสัยว่า อิฐมอญ, อิฐมวลเบา, อิฐบล็อก และอิฐขาว แตกต่างกันอย่างไร แล้วแต่ละอย่างมีประโยชน์อย่างไร? อยู่ล่ะก็ ทาง Seta Engineering ได้เตรียมบทความที่จะมาตอบข้อสงสัยของคุณไว้แล้ว คลิกเข้าไปเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้เลย

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest