วิธีเลือกเสาบ้าน เสาเอก เสาโท เสาคอนกรีต เสาไม้ เสาสำเร็จ แบบไหนดีกว่า?

วิธีเลือกเสาบ้าน

เสาบ้าน ถือเป็นองค์ประกอบที่ผู้ที่อยากสร้างบ้านต้องให้ความสำคัญมากๆ เพราะเสาจะเป็นตัวที่ช่วยรับน้ำหนักของบ้านทั้งหลังเพื่อไม่ให้เกิดบ้านทรุดและยังเป็นจุดที่สามารถบอกได้ว่า บ้านสามารถต่อเติมได้ในอนาคตหรือไม่ ดังนั้นการเลือกเสาบ้านจึงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถมองได้แค่สถานการณ์ปัจจุบันแต่ต้องมองเผื่อไปถึงในอนาคตด้วยว่า ถ้าเกิดลูกหลานต้องการต่อเติมแล้วจะสามารถทำได้หรือไม่

และหากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติต่างๆ เสานี้จะสามารถรับน้ำหนักและไม่พังทลายลงมาทำให้สูญเสียชีวิตและทรัพย์สินหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักเสาบ้านแบบต่างๆ ข้อดีและข้อเสียให้ฟังกันค่ะ

เสาเอก-เสาโท คืออะไร?

เสาเอก เสาโท

สำหรับคนที่ยังเป็นผู้อยากสร้างบ้านมือใหม่ อาจจะยังไม่เข้าใจบางคำศัพท์ที่พูดถึงเสาว่า เสาเอก-เสาโทหมายถึงอะไร? อยู่ส่วนไหนของบ้าน และจำเป็นต้องมีหรือไม่?… ตอบได้เลยค่ะว่า จำเป็นมาก!! เพราะเสาเอกที่ว่านี้ก็คือ เสาเข็มที่ใช้เป็นจุดรับน้ำหนักของบ้านทั้งหมด ในคนยุคโบราณจะให้ความสำคัญกับเสาต้นนี้มาก เพราะคนยุคก่อนจะเชื่อเรื่องของโชคลาง

ดังนั้นเสาเอกจึงเป็นเสาที่มีความเชื่อว่ามีความเกี่ยวพันกับชะตาเจ้าของบ้าน และจะตอกเสาสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เด็ดขาด จะต้องดูฤกษ์งามยามดี วันเดือนปีเกิดของเจ้าของบ้าน และเสาจะถูกจัดวางในตำแหน่งพญานาคตามตำราพิชัยสงครามว่าด้วยเรื่องการเดินทัพต้องตามลายพญานาค ห้ามย้อนเกล็ดเด็ดขาดเพราะมีผลต่อความมั่นคงและอุดมสมบูรณ์ของเจ้าของบ้านและผู้อยู่อาศัยร่วมชายคา คนโบราณจะยึดเสาเอกเป็นตัวแทนของผู้ชายซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว

ส่วนเสาโทจะเป็นตัวแทนของผู้หญิงหรือแม่เรือนที่คอยดูแลบ้านหรือเป็นเสาบ้านปกติ การจัดวางของเสานี้จึงต้องทำไปตามหลัก มีพิธีรีตองที่สำคัญจะต้องไม่วางข่มกัน ซึ่งหลังจากการทำพิธีแล้วจะต้องตั้งทิ้งไว้ 1 คืนก่อนที่จะดำเนินการสร้างขั้นต่อไปได้ ซึ่งในปัจจุบันวิธีกรรมต่างๆ นี้อาจจะหลงเหลือไม่มากแล้ว แต่เสาเอกและเสาโทก็ต้องคงเป็นสิ่งที่จำเป็นและให้ความสำคัญมากๆ เช่นเดิม

จำนวนเสาบ้าน ต้องมีกี่ต้น

จำนวนเสาบ้านนั้นจะถูกคำนวณพร้อมกับขนาดและจำนวนชั้นของบ้าน ยิ่งต้องรับน้ำหนักมากเท่าไรก็ต้องคำนวณจำนวนเสาโครงสร้างที่จะต้องรับน้ำหนักมากเท่านั้นซึ่งหลักๆ ก็จะแบ่งเป็น 2 แบบ คือ

1. บ้านชั้นเดียว จะใช้เสาประมาณ 9 ต้น ขนาดหน้าตัดตั้งแต่ 4, 5, 6 (ขนาดนิยม), 7 และ 8 นิ้ว ความสูงมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 2.5 – 2.8 เมตร ซึ่งหากเจ้าของบ้านเป็นผู้ที่ชื่นชอบความโล่งหรือต้องการความโปร่งเป็นพิเศษ แนะนให้ใช้ความสูงขนาด 2.8 – 3.2 เมตร

2. บ้านสองชั้น จะใช้เสาประมาณ 12 ต้น

ระยะห่างระหว่างเสาควรมีระยะเท่าไร?

เสาควรจะถูกจัดวางในตำแหน่งที่ถูกต้องไม่เกิน 4.5 เมตร เพื่อประโยชน์ในการกระจายน้ำหนักของบ้านให้มีความสมดุลกัน โดยการพิจารณานั้นจะขึ้นอยู่กับวิศวกรหน้างานที่จะช่วยตัดสินใจว่า บ้านหลังนี้ โครงสร้างนี้ แบบบ้านแบบน้ต้องใช้เสากี่ต้น ซึ่งการคำนวนนี้จะช่วยให้สามารถกำหนดวัสดุ จำนวนต้น ละงบประมาณทั้งหมดไม่ให้สิ้นเปลืองได้

วิธีเลือกเสาบ้านให้ถูกต้องต้องเลือกยังไง

เสาแต่ละชนิดในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย ซึ่งแตกต่างกันทั้งวัสดุ วิธีการใช้งานและวิธีการดูแล โดยแบ่งออกเป็นแต่ละประเภทดังนี้

เสาไม้

เสาไม้

เป็นเสาที่นิยมใช้กันมากในยุคก่อน และยังคงเป็นที่นิยมอยู่ในต่างจังหวัดหรือคนที่ชื่นชอบบ้านไม้สไตล์วินเทจ โดยจะเลือกไม้ที่มีลำต้นตรงและมีขนาดที่เหมาะสมไม่ต่ำกว่า 4 นิ้ว ข้อดีของหารใช้เสาไม้ ก็คือ จะช่วยเพิ่มบรรยากาศของบ้านให้ดูมีความร่วมสมัย สวยงามตามแบบฉบับของธรรมชาติ

ยิ่งเป็นไม้ที่มีลวดลายเป็นเอกลักษณ์ยิ่งเป็นที่ชื่นชมของแขกและเป็นความภาคภูมิใจของเจ้าของบ้าน แต่ปัญหาใหญ่ที่สุดของการใช้เสาไม้คือ ปัญหาปลวกที่อาจจะมากัดกินเสาบ้าน ทำลายโครงสร้างกลายปัญหาในอนาคตได้ ขนย้ายไม่ค่อยสะดวก รวมถึงมีราคาค่อนข้างแพงกว่าเสาแบบอื่นๆ โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ประเภทดังนี้

1. ไม้เนื้ออ่อน คุณสมบัติคือมีเนื้อค่อนข้างเหนียว ตกแต่งได้ง่ายแต่รับน้ำหนักได้ไม่ดี เช่น ไม้ฉำฉา ไม้กะบาก ไม้ยาง

2. ไม้เนื้อแข็ง คุณสมบัติคือมีเนื้อแข็งปานกลาง มีความแข็งแรงทนทาน นิยมนำมาใช้เป็นงานเสา เช่น ไม้ตะเคียน ไม้ชิงชัน ไม้เต็ง ไม้มะม่วง

3. ไม้เนื้อแกร่ง คุณสมบัติคือ มีความแข็งแรงทนทานมาก เช่น ไม้ประดู่ ไม้แดง ไม้เกลือ

เสาปูน

หรือเรียกอีกชื่อว่า “เสาคอนกรีต” ทำมาจากคอนกรีตเหล็กเสริมทำให้มีความแข็งแรงสูง สามารถรับแรงชนิดต่างๆ ได้

ไม่ว่าจะเป็นแรงอัด แรงดึง แรงดัดก็ไม่ต้องหวั่น เสาคอนกรีตเสริมเหล็กชนิดนี้จะสามารถเลือกใช้ได้ทั้งแบบเสาคอนกรีตหล่อในหรือเสาคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปก็ได้

แบ่งตามขนาดความสูงของเสา ดังนี้

1. เสาสั้น หมายถึง หมายถึงเสาที่มีอัตราส่วนความสูงต่อเสาสี่เหลี่ยมหรือเส้นผ่าศูนย์กลางเสากลมน้อยกว่า 15

2. เสายาว หมายถึง เสาที่มีอัตราส่วนความสูงต่อเสาสี่เหลี่ยมหรือเส้นผ่าศูนย์กลางเสากลมมากกว่า 15

ประเภทของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก

1. เสาปลอกเดี่ยว มีลักษณะเป็นเหล็กยืนในแบบ รัดด้านนอกด้วยเหล็กปลอกอาจมีวงเดียวหรือหลายวงก็ได้ ส่วนของการงอเหล็กปลอกจะงอเป็นมุมฉากเหลี่ยมหรือเส้นผ่าศูนย์กลางเสากลมน้อยกว่า 15

2. เสาปลอกเกลียว มีลักษณะเป็นเหล็กยืนในแบบ รัดด้านนอกด้วยเหล็กปลอกเช่นกัน แต่รัดลักษณะเป็นเกลียวต่อเนื่อง ส่งผลให้สามารถจะรับแรงได้ดีกว่าเสาปลอกเดี่ยว นิยมใช้กับเสากลม หรือเสาหลายเหลี่ยม

3. เสาปลอกเกลียวเสริมแกนเหล็ก มองผ่านจะคล้ายกับเสาปลอกเกลียวธรรมดา แต่ภายในมีการเสริมเหล็กรูปพรรณตรงแกนกลางเป็นรูปตัวไอ (I) หรือในบางครั้งก็เป็นรูปตัวเฮช (H) นิยมใช้กับเสาที่มีแป้นหูช้าง หรือต้องการให้เข้ากับแบบบ้านที่ใช้ตกแต่งสถาปัตยกรรม

4. เสาเหล็กหุ้มคอนกรีต มีลักษณะคล้ายกับเสาปลอกเกลียวเสริมเหล็ก แต่ด้านในจะเสริมเหล็กแผ่นหนาๆ ตัดเชื่อม ให้เป็นรูปตัวเฮช H และเสริมความแกร่งด้วยการหุ้มตะแกรงเหล็กเบอร์ 10 และคอนกรีตหุ้มไม่ต่ำกว่า 6 เซนติเมตร สามารถรับน้ำหนักได้เยอะมาก

5. เสาคอนกรีตหุ้มท่อเหล็ก เป็นเสาคอนกรีตที่ภายนอกจะหุ้มด้วยเหล็กภายในเป็นคอนกรีต เสาแบบนี้จะรับน้หนักได้ไม่เยอะ และจำเป็นต้องใช้แผ่นเหล็กหนาประมาณ 3/8 นิ้ว เชื่อมติดท่อเหล็กตรงปลายเสาเพื่อช่วยในการกระจายน้ำหนักอีกครั้ง

เสาเหล็ก

วิธีเลือกเสาบ้าน

เสาเหล็กค่อนข้างเป็นที่นิยมอย่างมาก เพราะว่า สะดวกใช้งานง่าย เมื่อนำมาสร้างบ้านแล้วสามารถประกอบสร้างอย่างรวดเร็ว ถูกแบบออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เสาเหล็กรูปพรรณ (Steel Columns) คือ ทำจากเหล็กรูปพรรณล้วนๆ หรือเหล็กแผ่นมาประกอบกัน

และเสาโครงข้อแข็ง มำสร้างเหล็กข้อนำมาต่อกัน แต่ข้อเสียของเสาชนิดนี้คือ ไม่ค่อยทนความร้อน

หากคุณกำลังประสบกับปัญหาบ้านทรุด เกิดโพรงใต้บ้าน ส่วนต่างๆ ของบ้านเริ่มมีรอยแตกร้าว อยู่ล่ะก็ ทาง Seta Engineering ของเรานั้นรับ ซ่อมบ้านทรุด ปิดโพรงใต้บ้าน และซ่อมรอยแตกร้าวต่างๆ อยู่นะคะ หากสนใจคลิกเข้าไปเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้เลย

หล่อเสาเอง ดีมั้ย? หรือควรซื้อเสาสำเร็จรูป?

ข้อดีของการหล่อเสาเอง

1. สามารถกำหนดขนาดความกว้าง ความยาว ความสูงของเสาได้ทั้งหมด

2. ควบคุมงบประมาณการก่อสร้างได้

3. แข็งแรงกว่าการซื้อเสาสำเร็จรูปมาใช้

4. หมดปัญหาเรื่องของรอยต่อของเสาที่อาจติดไม่สนิท

5. เสาหล่อเองมีความแข็งแรงคงทนมากกว่าเสาสำเร็จรูปค่อนข้างมาก

6. สามารถนำไม้แบบมาใช้ซ้ำได้อีกหลายครั้ง

ข้อเสียของการหล่อเสาเอง

1. ต้องใช้เวลานาน เพราะต้องหล่อเอง ต่างกับเสาสำเร็จที่เพียงซื้อมาก็ขึ้นโครงได้เลย

ข้อควรระวัง : เนื่องจากเรื่องของเสาและโครงสร้างนั้นเป็นสิ่งที่ต้องคำนวณโดยวิศวกรที่มีความเชี่ยวชาญสูง ถึงแม้ว่าการหล่อเสาเองจะให้ความสะดวก ความแข็งแรงมากว่า

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ช่างก่อสร้างธรรมดามาหล่อให้ได้นะคะ เพราะเสี่ยงต่อการพังสูงมากและจากข้อมูลด้านบนจะเห็นว่า เสานั้นเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากจริงๆ

ซึ่งหากเป็นคนที่ไม่มีความรู้เรื่องโครงสร้างอาจจะเลือกผิดประเภทได้ ดังนั้นควรที่จะปรึกษาวิศวะกรผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลเรื่องโครงสร้างของบ้านโดยเฉพาะจะดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยของท่านและคนในครอบครัวที่คุณรักค่ะ

หากคุณกำลังมีข้อสงสัยอยู่ในหัวว่า โครงสร้างบ้านคืออะไร? และองค์ประกอบของโครงสร้างบ้านที่ดีควรมีอะไรอยู่บ้าง? อยู่ล่ะก็ ทาง Seta Engineering ได้เตรียมบทความที่จะมาตอบข้อสงสัยของคุณไว้แล้ว คลิกเข้าไปเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้เลย

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest