การตรวจที่ดินก่อนสร้างบ้าน ป้องกันปัญหาบ้านทรุด ที่ดินเป็นโพรง

ตรวจที่ดิน

เนื่องจากการสร้างบ้านหนึ่งหลังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีปัจจัยต่างๆ มากมาย และการตรวจที่ดินก็เป็นสิ่งที่ที่เจ้าของบ้านต้องให้ความสำคัญ เพราะปัญหาที่ดินที่ไม่พร้อมนั้นสามารถส่งผลต่อไปได้ในอนาคตไม่ว่าจะเป็น ปัญหาดินทรุด เกิดโพรงใต้บ้าน ที่ส่งผลต่อโครงสร้างของบ้านที่อาจจะถล่มพังลงมา และต้องสูญเสียเงินทองไปกับการ ซ่อมบ้านทรุด ทั้งก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีตรวจแปลงที่ดินก่อนซื้อหรือก่อนจะนำไปสร้างบ้านเพื่อดูว่า พื้นที่ตรงนั้นเหมาะสมที่จะนำไปสร้างหรือไม่?

วิธีตรวจที่ดินก่อนสร้างบ้าน ตรวจที่ก่อนซื้อต้องดูอะไรบ้าง?

1. ตรวจสอบประวัติพื้นที่ดิน

สิ่งที่ควรให้ความสำคัญในการตรวจสอบที่ดินก็คือ การเช็กประวัติของพื้นที่นั้นๆ ว่า มีประวัติความเป็นมาอย่างไร? ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบประวัติอุทกภัยว่า พื้นที่แห่งนี้เคยเกิดน้ำท่วมหรือไม่? และระยะเวลาในการเกิดแต่ละครั้งนั้นมีความห่างของช่วงระยะปีอย่างไร เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน โดยวิธีการตรวจสอบก็สามารถทำได้หลากวิธี เช่น สอบถามกับชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง

การค้นหาในอินเทอร์เน็ตเพื่อย้อนดูข่าวเก่า หากเคยมีประวัติน้ำท่วมในพื้นที่ควรตรวจเช็กระดับสูงสุดของน้ำว่าเคยขึ้นสูงระดับใด เช็กระดับน้ำในท่อระบาย เพื่อหาทางป้องกันต่อไปในอนาคตหากคุณเข้ามาอาศัยในพื้นที่แห่งนี้ เช่น การถมที่ให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำท่วม หรือทำทางเดินน้ำ เพื่อป้องกันน้ำเข้ามา หรือช่องทางระบายออกจากบ้านเป็นต้น

2. เช็กระดับพื้นดิน

การเช็กระดับพื้นที่ส่วนใหญ่มักจะตรวจเช็กในพื้นที่ดินข้างเคียงและถนนหน้าบ้าน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการถมที่ในกรณีที่พื้นที่นั้นมีหน้าดินที่ไม่สม่ำเสมอ หรือมีระดับที่ต่ำกว่าพื้นที่ดินข้างเคียงและถนนหน้าบ้าน โดยปกติจะนิยมถมเพิ่มให้สูงกว่าในระดับประมาณ 50-80 เซนติเมตร แต่เกินกว่านี้จะไม่ค่อยเป็นที่นิยมเพราะเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้รั้วบ้านเสียหาย และค่าใช้จ่ายในการถมที่มีราคาที่แพงกว่ามาก

3. ดูขยะในดิน

ต้องดูว่าพื้นที่บริเวณนั้นมีเศษขยะ หรือเศษใบไม้ใบหญ้ามากน้อยแค่ไหน เช่น ใบไม้ โฟม เศษอิฐหรือคอนกรีต ทางที่ดีควรสุ่มตรวจโดยการขุดดูในบริเวณตื้นๆ ด้วยว่าภายในนั้นมีเศษขยะหรือไม่ และหากต้องการถมที่เพิ่มเติมจะต้องมั่นใจก่อนว่า ได้ทำการกวาดเก็บเศษขยะเหล่านี้ (รวมถึงใบไม้) ออกไปหมดแล้ว เพราะหากถมทับลงไปเลยโดยไม่ทำความสะอาดสิ่งของเหล่านี้จะเกิดเป็นช่องว่างของดินที่อาจจะทำให้เกิดบ้านทรุดในอนาคตได้

4. ตรวจต้นไม้

หากในพื้นที่นั้นมีต้นไม้อยู่ แนะนำให้ทำการรื้อถอนออกไปให้หมดก่อนทำการถมเพื่อแก้ไขดิน หรือหากจะเก็บไว้เพื่อเพิ่มความร่มรื่นแก่บ้าน ก็ควรที่จะสร้างบ้านให้ห่างจากต้นไม้นั้นๆ ไม่ต่ำกว่า 8-10 เมตร เพราะต้นไม้ใหญ่นั้นจะมีรากที่แผ่ไปกว้างใหญ่มาก ซึ่งหากสร้างบ้านใกล้กับต้นไม้ใหญ่อาจจะเกิดปัญหารากของต้นไม้เข้าไปเกาะกับฐานรากของบ้าน ทำให้โครงสร้างของบ้านไม่แข็งแรง จนทำให้เกิดบ้านทรุดและบ้านร้าวในอนาคตได้

และหลังจากที่ตรวจพื้นที่แล้ว ก็จะมาถึงขั้นตอนของการแก้ไขสภาพดิน โดยทั่วไปแล้วจะนิยมปรับด้วยการถมดินทับลงไป ซึ่งในการถมที่นั้นก็ไม่ได้สักแต่ว่าถมๆ ไปให้เสร็จ แต่ต้องมีหลักการดังต่อไปนี้

1. เลือกประเภทของดิน

เนื่องจากดินนั้นมีหลายประเภท ดังนั้นเจ้าของบ้านจะต้องเลือกให้ดีว่าจะใช้ดินประเภทไหนในการถม โดยประเภทของดินที่นิยมนำมาถมนั้นมีดังต่อไปนี้

1. ดินทั่วไป : ดินประเภทนี้เป็นดินที่ได้รับความนิยมสูง ราคาไม่แพง สุขภาพดินค่อนข้างดี เนื้อดินแน่นดี แต่ข้อเสียคือ ดินชนิดนี้ไม่เหมาะกับการใช้ต่อยอดปลูกต้นไม้หรือเพาะปลูกเพราะมีความอุดมสมบูรณ์ต่ำ สารอาหารน้อย

2. ดินดาน : ดินชนิดนี้มีลักษณะเฉพาะคือ เนื้อดินค่อนข้างแห้ง มีความสามารถในการบดอัดได้ดี เหมาะสำหรับใช้ถมพื้นถนน และที่ดินริมน้ำที่สุด สามารถถมแล้วใช้ได้ทันที

3. ดินลูกรัง : ดินชนิดนี้มีข้อดีคือ มีความสามารถในการบดอัดได้ดี แต่ไม่เหมาะไปถมในพื้นที่ๆ วางแผนในอนาคตว่าจะเพราะปลูก เพราะมีความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำเช่นกัน

4. ดินทราย : ดินชนิดนี้มีข้อเสียคือ ราคาถูกมาก แต่ไม่อุ้มน้ำกัดกร่อนง่าย หากจะนำมาใช้ถมที่จะต้องมีการวางแผนการป้องกันดินไหลในอนาคตเพื่อป้องกันบ้านทรุด

5. หน้าดิน : เป็นดินที่มีความเหมาะสมที่จะนำมาถมที่ที่สุด เพราะมีความร่วนพรุน เนื้อดินละเอียด ระบายน้ำได้ดี  สามารถเพาะปลูกต้นไม้ หรือทำสนามหน้าบ้านก็ได้

**ในกรณีที่เจ้าของบ้านไม่มีความรู้ในการเลือกดิน สามารถให้ช่างที่มีความเชี่ยวชาญแนะนำเพื่อเลือกดินที่ดีที่สุดได้ค่ะ

2. การพักพื้นที่ไว้

หลังจากทำการถมที่เรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ว่าจะทำการก่อสร้างลงเสาเข้มบ้านได้ทันทีนะคะ เพราะจะต้องมีการพักพื้นที่ก่อน เพื่อให้ดินที่ถมใหม่มีการปรับสภาพและเซตตัวให้เหมาะสมก่อน ดังนั้น หลังถมที่แล้วจึงต้องพักทิ้งดินไปอย่างน้อย 6 – 12 เดือน จากนั้นก็นำรถมาบดอัดดินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพดินในแน่นมากยิ่งขึ้นจะดีที่สุด

ซึ่งโดยปกติแล้ว ควรจะเลือกถมดินในช่วงหน้าฝน เพราะฝนจะช่วยให้เนื้อดินเซตตัวเร็วขึ้น และช่วยให้เนื้อดินมีความแน่นมากยิ่งขึ้น

หากคุณกำลังประสบกับปัญหาบ้านทรุด เกิดโพรงใต้บ้าน ส่วนต่างๆ ของบ้านเริ่มมีรอยแตกร้าว อยู่ล่ะก็ ทาง Seta Engineering ของเรานั้นรับ ซ่อมบ้านทรุด ปิดโพรงใต้บ้าน และซ่อมรอยแตกร้าวต่างๆ อยู่นะคะ หากสนใจคลิกเข้าไปเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้เลย

ข้อควรระวังก่อนถมที่ดิน

เนื่องจากมีกฎหมายสำหรับใช้บังคับการถมที่ดินโดยเฉพาะ ดังนั้นก่อนที่จะทำการถมที่ จะต้องศึกษา และทำความเข้าใจเสียก่อน เพราะหากกระทำผิดกฎข้อบังคับอาจจะสร้างความเดือดร้อนต่อบริเวณข้างเคียงได้

โดยกฎข้อบังคับเรื่องการถมที่นั้นมีการระบุไว้ภายใต้ประมวลกฎหมายพระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. 2543 จะมีประเด็นหลัก 3 ข้อ ดังนี้

1. หากเจ้าของที่ดินจำเป็นต้องทำการขุดดิน โดยมีความลึกจากระดับพื้นดินเกิน 3 เมตร จะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่พนักงานท้องถิ่น (ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร หรือ นายกเทศมนตรี สำหรับในเขตเทศบาล) และทำการขุดตามแบบที่เจ้าหน้าที่พนักงานท้องถิ่นกำหนด

2. หากพื้นที่ที่ขุดดินมีความลึกจากระดับพื้นดินไม่เกิน 3 เมตร แต่อยู่ใกล้แนวเขตที่ดินของผู้อื่นในระยะน้อยกว่าสองเท่าของความลึกของบ่อดินที่จะขุด ต้องจัดการป้องกันการพังทลายของดินตามวิสัยที่ควรกระทำ เพื่อป้องกันดินทลายลงสู่พื้นที่ข้างเคียง

3. การถมที่ดินสูงกว่าพื้นที่ใกล้เคียง หากจะทำการถมดินโดยมีความสูงของเนินดินเกินกว่าระดับที่ดินต่างเจ้าของที่อยู่ใกล้เคียง และมีพื้นที่ของเนินดินไม่เกิน 2,000 ตารางเมตร ต้องจัดให้มีการระบายน้ำเพียงพอที่จะไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดินที่อยู่ข้างเคียง

การป้องกันบ้านทรุด บ้านเป็นโพรงจากด้วยวิธีอื่นๆ

1. การวางฐานโครงสร้างตั้งแต่เริ่มต้น

นอกจากการถมที่แล้ว การป้องกันบ้านทรุดจนเกิดเป็นลักษณะโพรงใต้บ้านนั้นที่ดีที่สุดก็คือ การวางโครงสร้างของบ้านให้มั่นคง เช่น การลงมีเสาเข็มให้ลึกลงไปถึงชั้นดินดานหรือชั้นทรายเฉลี่ยประมาณ 18 – 21 เมตร

ซึ่งด้านโครงสร้างของบ้านนั้น ควรได้รับการคำนวณจากวิศวกรที่มีความรู้และมีความเชี่ยวชาญสูงเพื่อวิเคราะห์ชั้นดินและการรับน้ำหนักของชั้นดินได้ตามหลักวิศวกรรมมาก รวมถึงยังสามารถคอยให้คำปรึกษาและแนะนำอย่างใกล้ชิดได้อีกด้วย เพื่อผลลัพธ์บ้านที่แข็งแรงยาวนานหลายสิบปี

2. สร้างกำแพงดิน

ในกรณีที่บ้านของคุณนั้นเป็นบ้านที่สร้างเสร็จแล้ว หรือมีอายุการใช้งงานเกิน 10 ปีและกำลังเจอเข้ากับปัญหาดินที่เริ่มทรุดตัวลงจากโพรงใต้บ้านแล้ว สามารถแก้ไขได้โดยการสร้างกำแพงดินได้ โดยกำแพงดินจะมีทั้งแบบ 4 แบบ แบ่งตามเป็นลักษณะความเสียหายดังนี้

1. ในกรณีที่โพรงใต้บ้านนั้นมีขนาดเล็กๆ ไม่ใหญ่มาก และประเมินแล้วไม่สร้างความเสียหายต่อตัวบ้านนอกจากความสวยงาม สามารถแก้ไขได้ด้วยการปิดโพรงแบบชั่วคราว เช่น การวางกระถางต้นไม้แบบแนวยาวและปลูกต้นไม้และดอกไม้ บดบังร่องรอยให้ดูสวยงามขึ้น

2. ในกรณีที่โพรงใต้บ้านมีขนาดการทรุดตัวไม่เกิน 13 – 23 ซม. สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้ขอบคันหินมาวางเพื่อเสริมความสวยงามและบดบังความไม่สวยงามได้

3. ในกรณีที่โพรงใต้บ้านมีขนาดใหญ่ขึ้นและดินไหลลงไป สามารถแก้ไขด้วยการใช้แผ่นพื้นคอนกรีต หรือ แผ่นพื้นสำเร็จ หรือ แผ่นโฟม มาอุดรอบๆ ได้ วิธีก็คือ ให้ขุดดินรอบๆ โพรงให้ลึกจากนั้นก็ใช้ดินใต้ตัวบ้าน จากนั้นนำแผ่นพื้นคอนกรีตมาเสียบในดินลึกประมาณ 50-80 เซนติเมตร จากนั้นก็อิฐปิดทับอีก

4. เติมดิน วิธีนี้เหมาะสำหรับบ้านที่มีโพรงขนาดใหญ่มากๆ สามารถเติมดินและทราบเข้าไปอุดช่องได้ แต่ควรระมัดระวังเรื่องของระบบบ่อภายในบ้าน และหากมีการทรุดตัวเพิ่มขึ้นควรจะเรียกช่างเข้ามาประเมินความเสียหายเพื่อจะได้วางแผนการซ่อมแซมได้อย่างถูกต้อง

3. ปลูกหญ้าแฝก

ตรวจที่ดิน

การปลูกหญ้าแฝกเป็นวิธีการป้องกันการทรุดตัวของดินแบบธรรมชาติ ส่วนใหญ่นิยมปลูกขวางแนวลาดชัน และในพื้นที่ๆๆ เสี่ยงต่อน้ำกัดเซาะและพื้นที่ๆ ติดกับริมแม่น้ำ

ปัญหาบ้านทรุดหรือเกิดโพรงใต้บ้านนั้น เป็นปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกบ้าน ถึงแม้ว่าในบางกรณีที่เกิดโพรงเล็กๆ นั้นจะไม่ส่งผลอันตรายถึงโครงสร้างบ้าน แต่เจ้าของบ้านก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรที่จะหมั่นสังเกตอยู่เสมอว่าความเสียหายเดิมนั้นมีการเพิ่มขึ้นหรือไม่

หากมีการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในระยะเวลาสั้นๆ ควรที่จะเรียกช่างเข้ามาโดยด่วน ไม่ควรแก้ไขปัญหาเอง เพราะนั่นอาจจะเป็นสัญญาณบ่งบอกสุขภาพของบ้านที่กำลังตกอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่แล้วก็เป็นได้ค่ะ

หากภายในตัวบ้านของคุณกำลังมี รอยร้าวเกิดขึ้นล่ะก็ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กไปเด็ดขาด รีบเข้าไปอ่านบทความที่ทาง Seta Engineering ได้เตรียมไว้ให้เร็วเข้า เพื่อให้คุณสามารถป้องกันบ้านทรุดได้ทันท่วงที ก่อนเกิดเหตุการณ์ไม่ขาดฝันขึ้น

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on pinterest
Pinterest